อิ่มบุญ

อิ่มบุญ

การทำบุญ หรือ ‘ทำทาน’ ที่ชาวบ้านเรียกนั้น จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า พบว่า มันส่งผลให้วาสนาชะตาชีวิตมนุษย์ดีขึ้นจริงๆ.. ข้าพเจ้าชอบบอกให้คนไข้หลายคนทำบุญให้ทาน และสวดมนต์บ่อยๆ.. ผลก็คือ คนไข้ที่มีบุตรยากเหล่านั้น ตั้งครรภ์จำนวนมากมาย ..ความเชื่อความศรัทธาของเราต่อคุณความดีนั้น ไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน...

ปกติ! ตอนเช้ามืดของทุกวัน ข้าพเจ้าชอบไปทำบุญที่ร้านขายอาหารปลีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจำหน่ายอาหารใส่ถุงพลาสติก..ณ บริเวณตลาดสดพัฒนาการ.. ข้าพเจ้าทำทานด้วยเงินจำนวนเล็กน้อย เพียงแค่ร้อยบาท ก็ได้ชุดทำบุญถึง 2 ชุด ชุดหนึ่งประกอบด้วย ข้าวหุง 1 ถุง และกับข้าว 3 ถุง พร้อมกับน้ำเปล่า อีก 1 แก้ว....ร้านค้าแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ห้องแถวใกล้ปากซอยทางเข้าของตลาดพัฒนาการ.. มีอยู่วันหนึ่ง.. เจ้าของร้านผัวเมีย ได้บอกบุญกับข้าพเจ้าว่า ‘คุณหมอจะปล่อยปลาไหม?’ ตอนแรก ข้าพเจ้าคิดว่า ‘เจ้าของร้านคงหาซื้อปลาชนิดต่างๆจากที่อื่น มาให้ลูกค้านำไปปล่อยตามแม่น้ำลำคลอง’   แต่..ข้าพเจ้าเข้าใจผิด

ที่ไหนได้! ปลาเหล่านั้น เป็นปลาที่ต่างพากันหนีตายจากร้านขายปลานิลในตลาดคลองเตย..  เจ้าของร้านค้า เล่าว่า  ตอนดึกราวๆห้าทุ่มเที่ยงคืน พวกเขาจะเดินทางไปซื้อของที่ตลาดคลองเตยเพื่อมาขาย แต่ก็มักพบปลาดุก ปลาไหล หลุดออกมาจากตาข่ายรูกว้างของรถขนส่งปลานิล ที่เขานำมาขายส่งที่ตลาดคลองเตย พวกมันหลุดออกจากถุงอวนตาข่ายช่องกว้าง ลงไปตามถนน เกลื่อนพื้น คราวละ  5 – 10 ตัว ปลาเหล่านี้พยายามดิ้นรนคืบคลานไปหาพื้นที่ ที่เปียกน้ำหรือท้องร่อง...พวกคนขายที่นำปลานิลใส่ถุงอวนมาส่งนั้น ไม่สนใจปลาที่หล่นออกมาพวกนี้หรอก เพราะเวลาของพวกเขา มีน้อย พอส่งปลาให้ร้านค้าเสร็จ ก็รีบออกรถไป.. ปล่อยให้ปลาเหล่านี้ นอนแห้งตาย...ชาวบ้านแถวนั้น เห็นเข้า ก็จับพวกมันไปทำอาหาร.. แต่.. เจ้าของร้านคู่นี้ ไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจับพวกมันขึ้นมาใส่ในกล่องโฟมที่มีน้ำหล่อเลี้ยง..... เจ้าของร้านผู้ใจบุญคู่นี้ พร้อมบุตรชาย จะเอาปลาพวกนี้ ไปปล่อย ที่วัดใกล้ๆตลาดพัฒนาการ ตอนสายๆของทุกวัน..

เนื่องจาก เจ้าของร้านค้าคู่นี้ เขาอยากให้ข้าพเจ้าได้รับอานิสงค์จากการปล่อยสัตว์ไปด้วย จึงได้บอกบุญกับข้าพเจ้าในวันหนึ่ง.. ครั้งแรกๆ ข้าพเจ้าได้พยายามเอ่ยปากขอบริจาคเงินสมทบไปทำบุญที่วัด อีกจำนวนหนึ่ง แต่..เจ้าของร้านไม่ยอม พวกเขาเพียงขอให้ข้าพเจ้าจ่ายเงิน เพียงแค่ 9 บาท เพื่อเป็นเคล็ดในการซื้อชีวิตสัตว์.. แล้วก็ให้ข้าพเจ้ายกกล่องโฟมที่มีปลาอยู่.. ขึ้นจกอธิษฐานในส่วนกุศลของการปล่อยสัตว์เดนตาย.. หลังจากได้ทำบุญปล่อยปลาเหล่านี้แล้ว.. ข้าพเจ้าจะรู้สึกอิ่มบุญไปตลอดทั้งวัน ..ปลาเหล่านี้ ประกอบด้วย ปลาดุก เล็กใหญ่ ปลาไหล ปลาหมอ ปลาช่อน...

มีอยู่เช้าวันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสปล่อยปลาดุกตั้งท้อง ด้วย 1 ตัว.. ซึ่งผลบุญนี้ ส่งผลให้คนไข้มีบุตรยากคนหนึ่ง ตั้งครรภ์ขึ้นมาจากการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งข้าพเจ้าหยอดตัวอ่อนเข้าไป 2 ตัว  ณ วันที่ปล่อยปลาดุกท้องนั้น....ด้วยวิธีการนี้ ข้าพเจ้ามีความรู้สึกอิ่มบุญที่ได้รับ อย่างบอกไม่ถูก.. มันอิ่มเอิบใจ มากกว่าเงินมากมายที่ข้าพเจ้านำไปถวายตามวัดวาอารามต่างๆเสียอีก....ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณด้วยใจจริงต่อเจ้าของร้านค้าใจบุญทั้งสอง และบุตรชายของเขา.. ที่ทำให้ข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในกุศลของการปล่อยชีวิตสัตว์เหล่านี้..

คุณลักขณา คือ คนไข้มีบุตรยาก ที่ได้กล่าวมาข้างต้น เธออายุ 37 ปี  แต่งงานมา 3 ปี เธอเข้ามารับรักษาภาวะมีบุตรยากกับข้าพเจ้า เมื่อ 2 ปีก่อน และตั้งครรภ์ครั้งแรกด้วยการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก.. พออายุครรภ์ได้ 8 สัปดาห์ ก็แท้งบุตร เนื่องจากไม่มีตัวเด็กในถุงน้ำคร่ำ (no fetal echo) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ครรภ์ไข่ฝ่อ [Bloighted ovum]’    ต่อมา คุณลักขณาได้เข้ารับการขูดมดลูก ที่โรงพยาบาลในเครือประกันสังคม..

ต้นปีนี้ หลังจากแท้งบุตรได้ ครึ่งปี... คุณลักขณาและสามี ก็ปรึกษากันว่า น่าจะทำเด็กหลอดแก้ว ..การเตรียมตัวเพื่อทำเด็กหลอดแก้วนั้น.. ยังจำได้!! คุณลักขณาได้รับการกระตุ้นไข่โดยใช้สูตร Long protocol ..  ผล คือ ได้ไข่จำนวนมากมายปรากฏขึ้นที่รังไข่ทั้งสองข้าง ประมาณการว่า มีมากกว่า 20 ใบ.. โดยมีผลเลือด Estradiol (เอสโตรเจน) =  18,000 mIU/ml  Progesterone = 3.8  ในวันที่เจาะไข่...การที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นอย่างมากมายตอนนั้น ข้าพเจ้ามีทางเลือกในการตัดสินใจได้ 2 ทาง คือ ยกเลิกการเจาะไข่  หรือ ไม่ก็ เจาะไข่ แล้วแช่แข็งตัวอ่อน โดยเฝ้าระวังภาวะรังไข่ถูกกระต้นมากเกินไป (Hyperstimulation syndrome) ของคุณลักขณา เพราะยังไงๆก็ต้องเกิดแน่ เพราะค่า Estradiol > 4000 mIU/ml ซึ่งอันตรายที่น่ากลัวของภาวะแทรกซ้อนนี้ ก็คือ น้ำท่วมปอด (Pleural effusion),ภาวะหัวใจวาย (Heart failure) และภาวะหายใจล้มเหลว (Respiratory failure)  หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิต..ในที่สุด ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจ ฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก แต่ใช้ยา ในขนาดต่ำ (Ovidel 1 หลอด [เดิม วางแผนให้ 2 หลอด])

วันนั้น ข้าพเจ้าเจาะไข่ให้กับคุณลักขณา ได้ 19 ใบ และนำไปเข้าสู่กระบวนการทำกรรมวิธี ‘อิ๊กซี่’ ผลคือ ได้ตัวอ่อน 12 ตัว ซึ่ง นับว่า มากทีเดียว ข้าพเจ้าขอให้ทางโรงพยาบาลฯแช่แข็งตัวอ่อนทั้งหมด ในระยะฝังตัว (Blastocyst) [คือ วันที่ 5 ของตัวอ่อน] เนื่องจาก หากหยอดตัวอ่อนเข้าไปในรอบเดือนนั้น แล้วคนไข้เกิดตั้งครรภ์ขึ้น..คุณลักขณาจะต้องเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปอย่างแน่นอนและรุนแรง อันตรายต่อชีวิต

สรุปว่า เดือนที่ข้าพเจ้าเจาะไข่ให้กับคุณลักขณา ..ตัวอ่อนทั้งหมด ถูกนำไปแช่แข็ง (Freezing) ซึ่งปัจจุบัน การแช่แข็งตัวอ่อนมนุษย์ เราจะแช่แข็งได้ ๒ ระยะ คือ ในระยะฝังตัว (Bastocyst) และระยะตัวอ่อนวันแรก (Pronuclei stage)....แต่นิยทม ระยะฝังตัวมากกว่า.. นอกจากนั้น คุณลักขณาและสามียังได้รับการแนะนำให้ทำ PGD (Preimplantation genetic diagnosis) เพื่อตรวจดูโครโมโซมของตัวอ่อนก่อนแช่แข็งด้วย....ซึ่งทั้งสองสามีภรรยาตกลงยินยอมทำตามนั้น เพราะกลัวลูกจะมีภาวะปัญญาอ่อน ที่มีโครโมโซมผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการเจริญผิดปกติ (Trisomy 13,18,21) ของโครโมโซมคู่ที่ 13,18, และ 21 ในระหว่างแบ่งตัว ผลคือ มีตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ 5 ตัว และตัวอ่อนปกติ 7 ตัว

ในเดือนถัดมา ข้าพเจ้าได้หยอดตัวอ่อน (Blastocyst transfer) ให้กับ คุณลักขณา 2 ตัว ผลคือ ‘ไม่ท้อง’ ..เดือนถัดมา ..ก็วางแผนจะหยอดตัวอ่อนอีก เช่นกัน ..โดยตรวจอัลตราซาวนด์จากช่องคลอด เพื่อหาวันไข่ตกในวันที่คุณลักขณา มีระดูจากวันแรก 12 วัน.. ในเดือนดังกล่าวคุณลักขณามี ‘ไข่ตก’ ช้ากว่ากำหนดปกติ ไป 6 วัน ..วันที่ไข่ตก ..เราจะไม่นับมาคำนวณการละลายตัวอ่อน ..จากนั้น เราก็นับไปอีก 5 วัน และละลายตัวอ่อน (Blastocyst) ณ วันดังกล่าว  

ในวันนั้น ข้าพเจ้า นึกถึงบุญของการปล่อยปลาดุกท้อง และก็หยอดตัวอ่อนอย่างระมัดระวังให้กับคุณลักขณา ณ ตำแหน่งที่ห่างจากยอดมดลูกประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้น ก็ให้ใส่สายสวนปัสสาวะ ต่อเข้ากับถุงปัสสาวะ เพื่อให้คุณลักขณานอนพักในเตียง 6 ชั่วโมง..  โดยไม่ต้องลุกไปใหน ..ผลคือ คุณลักขณาตั้งครรภ์ ผลเลือด วันที่ 14 หรือ 9 วันนับแต่วันหยอด ได้ท่ากับ 486 หน่วย (mIU/ml) ทุกคนมีความสุขมาก

พออายุครรภได้ 5 สัปดาห์ คุณลักขณา ก็มีเลือดออกจากช่องคลอดมา 1 หยด และมีอาการปวดท้องน้อยนิดๆ เธอมาที่โรงพยาบาลเอกชน (ขอสงวนนาม) ที่ข้าพเจ้าอยู่เวร.. ข้าพเจ้าได้ให้ฉีดยากันแท้งไป 1 เข็ม ต่อมาอีก 3 วัน คุณลักขณามีเลือดออกจากช่องคลอดมากขึ้น กว่า 30 มิลลิลิตร (ซีซี).. คุณลักขณาและสามีตกใจมกและกลัวว่า จะแท้งบุตร.. ข้าพเจ้าปลอบใจอยู่นาน จึงได้ให้คนไข้นอนโรงพยาบาล..การสั่งการรักษา ข้าพเจ้าได้ให้ยาหยุดเลือด 2 ตัว (คือ Vit K1 และTransamine) โดยให้คนไข้นอนพักบนเตียงแบบไม่ต้องลุกไปไหนเลยทั้งวันทั้งคืน  ยกเว้นเข้าห้องน้ำ  (Absolute bed rest)..คุณลักขณานอนพักโรงพยาบาลถึง 7 วัน (ต่อคราวหน้า)

อานิสงค์ของการปล่อยปลาเดนตายตอนเช้า ที่ตลาดพัฒนาการ ส่งผลให้คนไข้ของข้าพเจ้าข้างต้นพ้นภัย... ภายหลังที่คุณลักขณานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ 1 วัน เธอก็ขอให้ข้าพเจ้าตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด ผลปรากฏว่า มีถุงการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก 2 ถุง..ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าๆกันราว 1 เซนติเมตร แต่..ยังมองไม่เห็นตัวเด็ก (Fetal echo) เพราะอายุครรภ์ยังน้อย เพียงแค่ 5 สัปดาห์ 3 วัน.. อย่างไรก็ตาม..ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งที่เห็นจากอัลตราซาวนด์ครั้งนี้ คือ พบถุงของเหลวอีกหนึ่งถุง ..ใหญ่มากทีเดียว ขนาดใหญ่กว่าถุงการตั้งครรภ์ทั้งสองถึง 2 เท่า.. เส้นผ่าศูนย์กลาง ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร วางอยู่เหนือถุงการตั้งครรภ์แฝด.. ลักษณะภายในถุง ดูคล้ายมีอะไรสักอย่างหนึ่ง สีขาวขุ่นขมุกขมัว (Hyperechoic or Haziness)  ข้าพเจ้าคิดว่า มันคือ ก้อนเลือด..

ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้คุณลักขณาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล..โดยนอนนิ่งๆบนเตียงในห้องพักตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นเวลาทำธุระส่วนตัว สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือ หมั่นสังเกตอาการสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1. อาการเลือดออกจากช่องคลอด  2. อาการปวดท้องน้อย ...อาการปวดท้องน้อย ถือว่า สำคัญกว่า เลือดที่ออกจากช่องคลอด..เพราะอาจเกิดจากมดลูกบีบตัว เพื่อขับเอาทารกออกมา..อันจะส่งผลให้แท้งในระยะเวลาอันสั้น ช่วงนั้น คุณลักขณาและสามี มีความวิตกกังวลอย่างมาก เพราะมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยบ่อยๆ ข้าพเจ้าได้ปลอบใจคนทั้งสองว่า ‘เคยเจอกรณีคนท้องตกเลือดขณะตั้งครรภ์น้อยๆเช่นนี้มาแล้ว.. เมื่อหลายปีก่อน มีคู่รักชาวจีนแผ่นดินใหญ่ คู่หนึ่ง ซึ่งทำงานในไทย ภรรยาเกิดตกเลือดอย่างรุนแรงช่วงอายุครรภ์ราวๆนี้.. ในเบื้องต้น ข้าพเจ้าคิดว่า เธอต้องแท้งอย่างแน่นอน แต่..เมื่อเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ 2 ครั้ง ผลคือ ผลเลือด (Beta HCG) หลังจากเจาะเลือดซ้ำใน 2 วันถัดมา เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เหมือนกับรูปแบบการตั้งครรภ์ทั่วไป ต่อมา เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้กับคนไข้ ตอนอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ ปรากฏว่า ทารก มีหัวใจเต้นตามปกติ ข้าพเจ้าดูแลคนไข้รายนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร จนเธอคลอดบุตรออกมา เป็นทารกปกติและแข็งแรงดี’ คุณลักขณาและสามีได้ยินดังนั้น จึงค่อยใจชื้นขึ้นมา

ปัจจุบัน ข้าพเจ้าเร่งทำบุญโดยการให้ทานและปล่อยปลาที่ตลาดพัฒนาการบ่อยมากขึ้น.. นับจากคุณลักขณาเข้านอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน (ขอสงวนนาม)... อาการปวดท้องน้อย ของคุณลักขณาก็ลดลงตามลำดับ เลือดที่ออกจากช่องคลอด น้อยลงทุกวัน จนหยุดได้หลังจากนอนโรงพยาบาลแค่ 3 วัน.. คุณลักขณานอนโรงพยาบาลได้ 7 วัน ข้าพเจ้าก็ตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้อีกครั้ง ผลปรากฏว่า ถุงการตั้งครรภ์ทั้งสองใหญ่ขึ้น มองเห็นเงาทารกแฝดทั้งสอง พร้อมกับมีการขยับภายในเงานั้น เหมือนดวงไฟเล็กๆส่องกระพริบ.. บ่งบอกถึงว่า มีสิ่งมีชีวิต 2 คนข้างในโพรงมดลูกของเธอ ..คุณลักขณา สามีและข้าพเจ้าดีใจมาก ส่วนถุงของเหลวภายในอีกถุงหนึ่ง ก็มีสีใสขึ้น แสดงว่า เลือดมีการละลายตัว ผลจากการฉีดยา ควบคุมการละลายลิ่มเลือด (Transamine) 4 วัน แล้วเปลี่ยนเป็นชนิดยากินต่ออีก 2 สัปดาห์

คุณลักขณามาตามนัด ในอีก 2 สัปดาห์ ขณะอายุครรภ์ได้ 9 สัปดาห์ ข้าพเจ้าตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดให้อีกครั้ง ผลปรากฏว่า ทารกแฝดตัวใหญ่มากขึ้น พร้อมทั้งขยับตัวได้ด้วย..ในขณะที่ถุงก้อนเลือดถุงนั้นได้อันตธานหายไป.. ยากันแท้ง หลากหลายประเภท ทั้ง เหน็บ,กิน และฉีด ที่ข้าพเจ้าได้ให้กับเธอค่อยๆทะยอยหยุดไป เพราะบัดนี้ คนไข้อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว เนื่องจากฮอร์โมนจากรกที่สร้างขึ้น มีมากเพียงพอที่จะดูแลการตั้งครรภ์ได้

หลังจากนั้น คุณลักขณา และสามี ก็ไม่ค่อยได้ส่งข้อความมาสอบถามข้าพเจ้าอีก..อนึ่ง  แม้ว่า ทารกทั้งสองจะได้รับการตรวจโครโมโซมตั้งแต่เป็นตัวอ่อน (PGD = prenatal genetic diagnosis) ก็ตาม ข้าพเจ้ายังได้นัดให้คุณลักขณา เข้าไปตรวจกับสูติแพทย์ อีกท่านหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอัลตราซาวนด์ระดับสูง ตอนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ (MFM = Maternal fetal medicine) เพื่อดูส่วนหนาของคอเด็ก (Nuchal thickness) ด้วย  ผลปรากฏว่า ส่วนคอของแฝดทั้งสอง มีความหนาเท่ากับค่าปกติ ..ทารกน้อยทั้งสอง  จึงไม่น่าจะเป็นเด็กปัญญาอ่อน..

เรื่องราวการตั้งครรภ์แฝดของคุณลักขณา ยังไม่มีทีท่าว่า จะสงบเงียบ.. ถัดจากนั้น มาได้ 2 สัปดาห์ คุณลักขณา ได้โทรศัพท์หาข้าพเจ้าในค่ำวันอาทิตย์ว่า ‘เธอมีอาการปวดท้องน้อย ในลักษณะแปลกๆ 2 – 3 คืนติดต่อกัน.. ไม่รู้ว่าเป็นอะไร และจะแท้งหรือไม่’

ข้าพเจ้าบอกเธอให้เข้ามาตรวจครรภ์ในวันจันทร์ ตอนนั้น เธอมีอายุครรภ์ได้ 14 สัปดาห์เต็ม  จากการซักประวัติ ข้าพเจ้าคิดว่า เธอน่าจะมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Cystitis) แต่..ผลการตรวจของปัสสาวะ ไม่ส่อว่า ‘มีการติดเชื้อ ยกเว้น มีแบคทีเรีย และเม็ดเลือดขาวเล็กน้อยในปัสสาวะ’ อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้สั่งจ่ายยาฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะของคนท้อง ประเภท รับประทานครั้งเดียวให้เธอไป (ชื่อยา Monurol  : รับประทาน 1 ซองครั้งเดียว).. นอกจากนั้น ยังให้ยาฆ่าเชื้ออย่างดีเยี่ยม ทั้งปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง ชื่อ Meiact เตรียมไว้อีกจำนวนหนึ่ง เผื่อว่า อาการปวดท้องน้อยตอนกลางคืนไม่ดีขึ้น..จะได้รับประทานรักษาไปเลย โดยไม่ต้องกลับมาพบข้าพเจ้าอีก..ข้าพเจ้าอธิบายให้คุณลักขณาและสามี ฟังว่า ‘คุณลักขณาเป็น Asymtomatic bacteriurea หรือภาวะที่มีเชื้อโรคในกระเพาะปัสสาวะ โดยไม่มีอาการ’

หลังจากทานยา ชุดแรก ประเภท ครั้งเดียวนั้น ปรากฏว่า อาการปวดท้องน้อย ไม่ดีขึ้น ใน 2 วัน.. เธอจึงได้รับประทานยาชุดที่เตรียมสำรองไว้ให้ อีก 7 วัน ผลปรากฏว่า อาการปวดท้องน้อย ดีขึ้นอย่างมาก .. แต่ก็ยังรู้สึกปวดอยู่บ้าง เมื่อสามีเธอโทรศัพท์มาหาข้าพเจ้าบอกถึงอาการดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้จัดยา Meiact ให้เธออีก 7 วัน.. คราวนี้ อาการปวดท้องน้อยของเธอแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

วันนี้ คุณลักขณา มาเข้ารับการตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชน ที่ข้าพเจ้าทำงาน  อายุครรภ์ขณะนี้ คือ 17 สัปดาห์ ข้าพเจ้าตรวจอัลตราซาวนด์ ผ่านทางหน้าท้องให้กับเธอ ปรากฏว่า ‘ทารกแฝดทั้งสอง.. มีขนาดน้ำหนักตัวเข้ากันได้กับอายุครรภ์พอดี.. แฝดชายมีขนาดใหญ่กว่าแฝดหญิงเล็กน้อย..แฝดทั้งสองแข็งแรง สุขภาพดีทั้งคู่’ วันนี้ คุณลักขณามาเข้ารับการตรวจเพียงคนเดียว เนื่องจากสามียังไม่เลิกจากงานประจำ.. เธอมีความสุขใจ ยิ้มแย้ม แจ่มใสตลอดเวลา.. นี่แหละ!! ความสุขของคนที่เป็นแม่ขณะตั้งครรภ์ ..ถึงแม้ หนทางที่จะไปถึงวันให้กำเนิดบุตร ยังอีกยาวไกล.. แต่ ด้วยร่วมมือ ของคนไข้ และหมอ ..ย่อมก่อผลดีให้กับลูกทั้งสองของคุณลักขณาอย่างแน่นอน ..ข้าพเจ้าขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องทุกคน ..ขอให้มีกำลังใจ และขอให้พ้นภัยจากอันตราย ที่กำลังกล้ำกลายเข้ามาคุกคาม..ไม่ว่าจะเป็น ภาวะแท้งคุกคาม, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, การตกเลือดจากภาวะรกเกาะต่ำ, หรือการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด  ก็ตาม…….

การทำบุญเกื้อหนุน ปลดปล่อยให้อิสระกับสัตว์ ใหญ่น้อย ต่ำต้อยด้อยศักดิ์ใดๆก็ตาม ย่อมส่งผลให้จิตใจเราอิ่มเอิบไปด้วย ความสุขใจ..ดั่งได้เสวยผลไม้ทิพย์ .. เกือบทุกวัน ตอนเช้ามืด ข้าพเจ้าจะแวะเวียนไปที่ร้านค้า หน้าปากซอยตลาดสดพัฒนาการ ด้วยถือเป็นกิจวัตร เสมือนหนึ่งว่า ไปวัดทำบุญตักบาตร ..ด้วยจิตใจผูกพัน อย่างบอกไม่ถูก ..ข้าพเจ้ามักพบกับสิ่งดีๆเสมอตลอดทั้งวัน หลังจากทำบุญปล่อยปลาเดนตายยามเช้า ..ข้าพเจ้าอยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้อนุโมทนาบุญร่วมกับข้าพเจ้าด้วยทุกเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมุ่งจิตคิดหวังว่า คนที่มีบุตร ทุกคนจะสามารถตั้งครรภ์ได้ง่าย ..ส่วนคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ขอให้พ้นภัย จากภยันตรายทั้งปวงในระหว่างตั้งครรภ์ จนคลอดบุตรหญิงชายที่แข็งแรง สุขภาพดี มีสติปัญญา ตอนครบกำหนดคลอด.. 

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

พ.ต.อ.  นพ. เสรี   ธีรพงษ์    ผู้เขียน