เมื่อดิฉันถูกผ่าตัดขณะท้องอ่อน

เมื่อดิฉันถูกผ่าตัดขณะท้องอ่อนๆ


       


ข้าพเจ้าเพ่งมองดูภาพวาดมหาประสาทแห่งหนึ่งของนครเวียนนา ที่เพิ่งซื้อจากยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  พลางจินตนาการว่า คุณแม่ทุกคนก็คงจินตนาการถึงลูกของตัวเองในครรภ์ทำนองคล้ายๆอย่างนี้  จินตนาการอย่างไรรึ?


ก็คงจินตนาการว่า ลูกของตัวเองมีวงหน้าสวยงามเพียงไร? ผิวเนื้อสีผิวอะไร? น่ารักเหมือนใครหนอ?  หมายความว่า คุณแม่ทุกคนคงจินตนาการถึงสิ่งสวยงามที่ซ่อนอยู่ในตัวลูก ซึ่งยังไม่เห็นด้วยตาจริงๆ แต่ความเป็นจริงจะเป็นเช่นไร ไม่มีใครรู้ได้ 


มีคนไข้สตรีตั้งครรภ์จำนวนหนึ่งที่มักมาถามข้าพเจ้าด้วยคำถามซ้ำๆกันว่า ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะดิฉันถูกผ่าตัดตอนท้องได้ 5 สัปดาห์? หรือ ลูกที่เกิดมาจะครบสมบูรณ์หรือเปล่า ? เพราะดิฉันถูกเจาะท้องส่องกล้องตอนท้องได้ 2 เดือน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่หากคุณแม่คนไหนที่ได้รับการผ่าตัดดังว่า แล้วไม่กังวลใจเลย คงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจแน่ อย่างไรก็ตาม คงไม่มีสูติแพทย์ท่านใดรับประกันได้ว่า ทารกในครรภ์นั้นจะปลอดภัยทุกประการ


เมื่อวาน ข้าพเจ้าเพิ่งผ่าตัดคลอดบุตรให้กับคนไข้สตรีรายหนึ่ง ซึ่งมีประวัติเคยได้รับการผ่าตัดดังกล่าว  คุณสุรภี คือชื่อของเธอผู้นั้น เธออายุ 30 ปี ตั้งครรภ์นี้เป็นครั้งแรก เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ เธอตื่นเต้นมากที่กำลังจะมีบุตรคนแรก แต่ยังไม่ทันจะหายจากความดีใจ วันหนึ่ง เธอก็เกิดปวดท้องน้อยด้านขวาขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน


ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง  สูติแพทย์ที่ตรวจร่างกายคุณสุรภี ได้วินิจฉัยเธอเป็นท้องนอกมดลูกขณะตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ และผ่าตัดฉุกเฉินทันที  โชคไม่ดีที่การวินิจฉัยเบื้องต้นผิด  แต่..นั่นกลับเป็นโชคดี เพราะคุณสุรภีป่วยเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งหากไม่ผ่าตัดเอาออก ไส้ติ่งต้องเป็นหนองและแตกในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะยังผลให้คุณสุรภีต้องแท้งบุตร ( spontaneous abortion ) ออกมาอย่างแน่นอนจากภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว


ความเข้าใจผิดทำให้คนไข้และสามีไม่พอใจ นั่นเป็นเพราะการไม่พูดจาให้รู้เรื่องก่อนผ่าตัด ข้าพเจ้าไม่ได้ตำหนิผู้ใด เพียงแต่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นห่วงของผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ว่า มีมากขนาดไหน? สุดท้ายคุณสุรภีจึงได้ตัดสินใจมาฝากครรภ์กับข้าพเจ้า


การตั้งครรภ์ค่อยๆดำเนินต่อไปอย่างช้าๆ เวลาที่คุณสุรภีและสามีมาพบข้าพเจ้า ทั้งสองจะพกเอาความกังวลใจมาด้วยว่า ลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า? ทั้งๆที่ข้าพเจ้าพยายามพูดอธิบายตามหลักวิชาการว่า ไม่น่าจะเป็นอะไร  


ในช่วงแรกๆ ข้าพเจ้าได้ตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางหน้าท้องให้คุณสุรภีตอน 14 และ22 สัปดาห์ พบว่า ลูกคุณสุรภีมีลักษณะโดยทั่วไปปกติจากภาพที่ปรากฏทางหน้าจอเครื่อง อย่างไรก็ตาม ช่วงอายุครรภ์ 26 ถึง 34 สัปดาห์ คุณสุรภีมีโปรตีนรั่วออกมาทางปัสสาวะบ้าง ประมาณ 1+ ถึง 2+ โดยไม่มีอาการทางไต ซึ่งภาวะโปรตีนรั่วออกมาทางปัสสาวะดังกล่าวได้หายไปตอนอายุครรภ์ 35 สัปดาห์


การตั้งครรภ์ของคุณสุรภีดำเนินไปอย่างปกติ ความดันโลหิตไม่สูง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอาการบวมตามแขนขา  ท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นกว่าตอนที่มาพบข้าพเจ้าใหม่ๆ  อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ อายุครรภ์ 34 สัปดาห์เรื่อยมา ข้าพเจ้าได้ให้ยาคลายกล้ามเนื้อมดลูก เพราะคุณสุรภีมีมดลูกแข็งตัวเป็นบางครั้งบางคราว


ยิ่งใกล้กำหนดคลอด ดูเหมือนว่า คุณสุรภีและสามีจะยิ่งกังวลกับผลของการผ่าตัดไส้ติ่งขณะตั้งครรภ์อ่อนๆครั้งนั้น ข้าพเจ้ายังคงพูดให้กำลังใจบ่อยๆ เพราะกลัวคนไข้กังวลมากจนเกินไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดี  ในช่วงนั้น คุณสุรภีและสามีมาปรึกษาข้าพเจ้าว่า จะคลอดอย่างไรดี หมายถึง คลอดตามธรรมชาติหรือผ่าตัดคลอด ซึ่งข้าพเจ้าได้ตัดสินใจให้คุณสุรภีคลอด โดยการผ่าตัดเอาเด็กออกทางหน้าท้อง เนื่องจาก การคลอดเอาเด็กออกทางหน้าท้องย่อมปลอดภัยต่อทารกมากกว่าการคลอดทางช่องคลอด แต่กับตัวคุณสุรภีเอง แน่นอน ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า วิสัญญีแพทย์น่าจะดูแลได้


ตอนที่คุณสุรภีตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์เศษ ข้าพเจ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไปมหานครเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อไปประชุมวิชาการว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก เป็นเวลา 2 สัปดาห์  ข้าพเจ้าจึงฝากคนไข้กับเพื่อนแพทย์ ข้าพเจ้าคิดว่า เธอคงคลอดไปแล้วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ข้าพเจ้าไม่อยู่


ข้าพเจ้าเดินทางไปฟังวิชาการก็จริง แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับ กลับมากกว่าที่คาดคิดอย่างมากมาย บ้านเมืองของยุโรปแถบนั้น เต็มไปด้วยความสวยงามวิจิตรบรรจง สิ่งปลูกสร้างที่หลงเหลืออยู่จากการทำลายด้วยภัยสงครามเมื่อ 100 ปีก่อน ได้ทำให้ทุกคนที่มาสัมผัส เข้าใจถึงความศิวิไลสมัยนั้น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเที่ยวชมอีก 2 เมือง คือ บูดาเปส เมืองหลวงของประเทศฮังการี และกรุงปราก มหานครแห่งประเทศสาธารณรัฐเชค  ทั้งสามเมืองที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมา เต็มไปด้วยตึกรามที่ใหญ่โต มีความวิจิตร พิสดาร และตั้งตระหง่านอย่างองอาจ ไม่น่าเชื่อเลยว่า มนุษย์ตัวเล็กๆเช่นเราจะมีความสามารถบันดาลให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้   แต่.....ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า ในชีวิตประจำวัน มนุษย์เราได้สร้างสิ่งที่วิจิตรมากกว่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอีก นั่นคือ ทารกน้อย ไงละ  มนุษย์ตัวน้อยๆที่อยู่ในครรภ์มารดาของทุกผู้ทุกคน คือ สิ่งวิจิตรที่สุดของมนุษย์เรา


ข้าพเจ้าได้ผ่าตัดคลอดให้กับคุณสุรภี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมนี้  การผ่าตัดดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน บุตรของเธอเป็นเพศชาย น้ำหนักแรกคลอด 3300 กรัม หน้าตาน่ารัก สมส่วน คุณสุรภี นอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 7 วัน ก็กลับบ้านพร้อมกับลูกชาย


ยังมีคนไข้อีกรายหนึ่ง ชื่อ คุณใกล้รุ่ง ซึ่งได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินขณะอายุครรภ์น้อยๆ  เช่นกัน คุณใกล้รุ่ง อายุ 28 ปี เธอตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่แท้งบุตรคนแรกไปเมื่อ 7 ปีก่อน  คุณใกล้รุ่งถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจ ด้วยเรื่องปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงขณะตั้งครรภ์ 7 สัปดาห์ 5 วัน โดยได้รับยาฉีดแก้ปวดให้ 1 เข็ม แต่อาการปวดไม่ทุเลา จึงขอมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ


ข้าพเจ้าได้ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และดูอัลตราซาวนด์ให้คุณใกล้รุ่งทันทีที่มาถึง ปรากฏว่า เธอแสดงอาการเจ็บปวดอย่างมากเวลาที่ข้าพเจ้าใช้มือกดและปล่อยบริเวณท้องน้อย นอกจากนั้น ยังตรวจพบถุงน้ำขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตรอยู่ข้างตัวมดลูกอีกด้วย  การวินิจฉัยเบื้องต้น คือ ถุงน้ำรังไข่ข้างขวาบิดตัว( Twisted ovarian cyst ) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินทันที


ที่ห้องผ่าตัด หลังจากที่ข้าพเจ้าผ่าตัดเปิดผนังหน้าท้องของคนไข้เข้าไป ก็พบว่า ภายในช่องท้อง มีน้ำสีแดงคล้ำจำนวนมาก ประมาณ  200 มิลลิลิตรอยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานนั้น  มดลูกมีขนาด 10 - 12 สัปดาห์ ด้านซ้ายของมดลูก มีถุงน้ำรังไข่สีเขียวคล้ำ ( Gangreen ) ขนาด 8 X 8 X 5 เซนติเมตร  ซึ่งบิดตัวที่ขั้วของมันเอง 3 รอบ    


ไม่รอช้า  ข้าพเจ้าใช้เครื่องมือลักษณะเหมือนคีมขนาดใหญ่( Heaney ’ s clamp ) หนีบจับที่ขั้วส่วนที่บิดตัว และตัดเอาถุงน้ำรังไข่ พร้อมปีกมดลูกข้างขวาทิ้งไป  แล้วซับน้ำที่อยู่รายรอบบริเวณนั้นจนแห้งเกือบหมด จากนั้น จึงเย็บปิดผนังหน้าท้อง  ต่อมาจึ่งทราบผลทางพยาธิสภาพของชิ้นเนื้อ  ว่าเป็น  ถุงน้ำเนื้องอกรังไข่ชนิดไม่ร้ายแรง ( Serous cystadenoma of right ovary )


ช่วงที่นอนพักฟื้นในโรงพยาบาล  คุณใกล้รุ่งได้รับยากันแท้งทั้งชนิดกินและฉีดทุกวัน จากการเฝ้าสังเกตติดตามและตรวจร่างกายคุณใกล้รุ่ง ก็ไม่พบว่ามีภาวะแทรกซ้อนใดๆเกิดขึ้น  คุณใกล้รุ่งนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 7 วัน จึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้


คุณใกล้รุ่งฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลตำรวจมาตลอด ได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อติดตามการเจริญเติบโตและสืบหาความพิการของทารกเป็นระยะๆ   เธอไม่เคยมีปัญหาใดๆระหว่างตั้งครรภ์ ยกเว้นมีการเจ็บครรภ์บ้างเป็นบางครั้งตอนอายุครรภ์ช่วง 34 38 สัปดาห์ ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ ( Bricanyl ) รับประทานตอนเช้าและเย็น  ครั้งละ 1 เม็ด ก็สามารถยับยั้งการแข็งตัวของมดลูกได้  คุณใกล้รุ่งได้รับการผ่าตัดคลอดบุตรเมื่ออายุครรภ์ได้ 41 สัปดาห์ ลูกของคุณใกล้รุ่งเป็นเพศชาย น้ำหนักแรกคลอด 4200 กรัม แข็งแรงดี


คนไข้ทั้ง 2 รายนี้ คงเป็นตัวอย่างที่ดีของคนไข้สตรีครรภ์อ่อนๆอีกจำนวนมากมายที่ได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินขณะอายุครรภ์ไม่ถึง 3 เดือน การผ่าตัดและการดมยาไม่ได้มีผลต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ดังที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคนที่คุณรู้จัก โปรดช่วยให้ความกระจ่างกับเขาเหล่านั้นด้วยการเล่าความจริงให้รับรู้ อย่าปล่อยให้ครอบครัวที่ประสบปัญหาดังกล่าวทุกข์กังวลใจอยู่อย่างนั้น หรือผิดพลาดอย่างมหันต์ โดยการตัดสินใจทำแท้งออกไป


โลกเรานี้ ยังมีสิ่งสวยงามอีกมากที่รอคอยการชื่นชมจากเพื่อนมนุษย์  คงจะน่าเสียดาย หากเกิดมาแล้ว เราไม่ได้ไปเยือนดินแดนที่ได้ชื่อว่า มรดกล้ำค่าของโลก อันได้แก่ มหานครเวียนนาแห่งออสเตรีย  เมืองบูดาเปสของประเทศฮังการี  กรุงปรากแห่งสาธารณรัฐเชค และเมืองอื่นๆในยุโรปแถบนี้  ทารกตัวน้อยที่อยู่ในครรภ์มารดา คือ สมบัติล้ำค่าที่มากกว่ามรดกโลก  โปรดอย่าไปทำลายพวกเขาด้วยความเข้าใจผิดว่า การผ่าตัดและการดมยามีผลก่อให้เกิดความพิการของทารกเมื่อมารดาถูกผ่าตัดขณะครรภ์อ่อนๆ 


 


&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&