ต้นหญ้า

                                                          ต้นหญ้า

                      ต้นหญ้า    นั้นเติบใหญ่              ด้วยอาศัย   พึ่งตนเอง 

       หวิดหวิว  เป็นเสียงเพลง   ร้องบรรเลง    ยามต้องลม

                      ท่วงท่า  น่าเป็นสุข  ลืมความทุกข์  ไร้ระทม

        ราบเรียบ  เปรียบคำคม   ดั่งอารมณ์  ของกวี   

                     ต้นหญ้า   นั้นต่ำต้อย   คุณค่าน้อย    ด้อยศักดิ์ศรี

       สืบสาน  เป็นล้านปี   เพราะคงที่   มีจรรยา

                     รูปร่าง   ก็ต่ำเตี้ย   เคล้าคลอเคลีย  พสุธา

      ไม่หวัง  ความก้าวหน้า   ไม่พึ่งพา   พืชพันธุ์ใด

                     ดื่มกิน     เพียงน้อยนิด   กระจิริด   ก็ทนได้

      สันโดษ   ด้วยพอใจ   ยื้อแย่งไป  ทำไมกัน

                    ปะปน   กับไม้อื่น    ดูร่มรื่น    กลืนสีสัน

      เพราะด้อย     ด้านผิวพรรณ   ไม่เฉิดฉัน  เด่นอันใด

                    ถ่อมตัว    อยู่เป็นนิจ    ประกอบกิจ    คิดการณ์ไกล

     ไม่พูด   ไม่บอกใคร    ไม่หวั่นไหว    ไร้อารมณ์

                    นี่แหละ  ข้อธรรมะ   ที่ควรจะ    เร่งสะสม

      ฝึกฝน    จนแหลมคม   เพื่อเพาะบ่ม   ปมปัญญา

                    สมถะ  ละความชั่ว                       ชอบถ่อมตัว    กลัวมิจฉา

      พอเพียง   ไม่พึ่งพา   ไม่เอาหน้า  ไม่ท้าทาย

                    ไม่เด่น   แต่เป็นธรรม  ไม่ระยำ  แต่ละอาย

       ไม่แข่ง   แต่ขวนขวาย   ไม่วุ่นวาย   แต่ใฝ่หา

                     มุ่งมั่น    ไม่หวั่นไหว   ด้วยดวงใจ     แห่งศรัทธา

        ขอเป็น   เช่นต้นหญ้า   เพียรก้มหน้า  ศึกษาธรรม.

                                        พ.ต.อ. นพ.เสรี   ธีรพงษ์ ผู้แต่ง