มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต

                                        มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต


         มหาฯลัย   ยิ่งใหญ่   กระนั้นหรือ           นักเรียนต่าง  ลุกฮือ   เข้าแข่งขัน


เร่งเรี่ยวแรง  หวังแซง  เบียดแย่งกัน             ใจมุ่งมั่น    ไม่หวั่น   อันตราย


        มหาฯลัย   มีดี    ที่ตรงไหน                    ถึงทำให้   อดทน   ยอมขวนขวาย


ยอมอดหลับ   อดนอน   อดสบาย                  แม้ยอมขาย    วิญญาณ    ความเป็นคน


        ใครสอบได้   เป็นบัณฑิต   ติดมหาฯ       อาจวางท่า   กางก้าม   ตามถนน


ทำตัวเขื่อง  เยื้องย่างอย่าง  วีรชน                 สำคัญตน   ผิดผิด   คิดใหญ่โต


        คงมีบ้าง  บางคน   ที่อ่อนน้อม               จิตใจพร้อม  อัชฌาสัย  ไม่ยโส


มาเพื่อเรียน  จริงจัง   ตั้งมโน                         จะสร้างโล่  เกียรติยศ  ปรากฏไกล


       มีบางคน   เก่งกาจ   องอาจยิ่ง              ไม่สูงสิง   เกเร   เถลไถล


แทบทั้งวัน   หลบหน้า ลับหายไป                ขลุกอยู่ใน   กองตำรา   บ้าผู้เดียว


       เป็นนิสิต  ธรรมดา  นั่นแหละดี                ไม่ต้องมี    ความกดดัน  พันยึดเหนี่ยว


ยามเรียนเล่น  สนิทสนม กลมกลืนเกลียว       ยามไปเที่ยว   เกี่ยวก้อย   สนุกกัน


       ฉันคนหนึ่ง   ซึ่งประสบ พบโชคร้าย         สอบไม่ได้   มหาฯลัย  ดังใฝ่ฝัน


หาใช่เป็น    นักศึกษา    สถาบัน                     มิมีวัน    ได้ดี    ตราบนี้ไป


        ใครจะทราบ   ความรู้สึก   คนสอบตก      ช่างเหมือนหมก  ในนรก   อกหมองไหม้


ร้อนระอุ   ครุกรุ่น  วุ่นวายใจ                             เผาผลาญ   ดวงหทัย   ให้แหลกราญ


       ครุ่นคิดถึง  วันเก่าเก่า   เราเคยเก่ง           หมู่นักเรียน   กริ่งเกรง  ความอาจหาญ


เคยแข่งขัน  ชั้นเชิง  วิชาการ                          เคยฝันหวาน   งานปริญญา  มหาฯลัย


       แต่บัดนี้    ฉันไม่มี    อนาคต                     ความคิดอ่าน   ละลายหมด  ดั่งเทียนไข


เมื่อไรหนอ   จึงจะมี   กำลังใจ                         เริ่มต้นใหม่   เหยียบบันใด   ขึ้นก้าวเดิน


       ขอโปรดอย่า   บ่นพรำ   ตำหนิฉัน             เพราะว่ามัน   ก่อเกิด     การเก้อเขิน


ใจอ่อนล้า  ไม่สู้หน้า   กล้าเผชิญ                     หม่นหมางเมิน    ดูหมิ่น   วิญญาณตน


        ช่วยจุดไฟ    ดวงน้อย   ให้สักนิด             ช่วยเป็นมิตร   ร่วมเดินทาง   สร้างกุศล


ช่วยพยุง   ลุกขึ้นยืน   ด้วยสักคน                      ฉันจะเดิน    ก้าวผจญ   ไม่บ่นเลย


        ขอเวลา   ขอโอกาส   ฉันสักหน่อย           จะไม่ปล่อย   สูญเปล่า  ไปเฉยเฉย


จะทุ่มเท    ชีวา    กว่าที่เคย                             จะชดเชย   ดิ้นรน   พ้นหมอกควัน


         ต่อแต่นี้    ฉันจะมี    ชีวิตใหม่                    ศึกษาอยู่    มหาฯลัย    ในฝัน


ใช้อดีต   เป็นบทเรียน    ถ่ายทอดกัน                 ปัจจุบัน   คือสร้างสรรค์  สิ่งดีงาม     


        อนาคต    สว่างไสว   ไม่เศร้าหมอง            บนทางธรรม   แสงทอง   ส่องสยาม

จะสร้างชื่อ  เลื่องลือ   ระบือนาม                         ในนิยาม  เฉิดฉันท์  ‘ฝันเป็นจริง’


                                                       พ.ต.อ. เสรี   ธีรพงษ์   ผู้แต่ง