การตั้งครรภ์ที่รังไข่ (Ovarian pregnancy)

การตั้งครรภ์ที่รังไข่
ข้าพเจ้าเพิ่งเสร็จสิ้นการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชให้กับคนไข้สตรีรายหนึ่ง... พลันก็รู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่เพิ่งผ่านพ้นไป คนไข้รายนี้มีส่วนคอที่สั้นมาก ซึ่งเป็นเรื่องยากในการใส่ท่อช่วยหายใจ เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง วิสัญญีแพทย์ 2 ท่านยังใส่ท่อช่วยหายใจให้กับคนไข้ไม่ได้ แม้จะใช้กรรมวิธีช่วยเหลือมากมาย อาทิ ใช้กล้องที่เป็นสายไฟเบอร์ (Fiberoptic scope) ส่องผ่านท่อช่วยหายใจ เพื่อให้เห็นช่องเปิดหลอดลม โชคดี! ที่คนไข้รายนี้ยืนยันหนักแน่นก่อนผ่าตัดว่า จะขอเข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้เพราะรู้ว่า การผ่าตัดวีธีนี้ จะช่วยให้เธอเจ็บตัวน้อยที่สุด ในที่สุด วิสัญญีแพทย์ทั้งสองท่านก็ใส่ท่อช่วยหายใจให้คนไข้ได้สำเร็จ โดยใช้วิธีการกดลูกกะเดือกจากด้านนอกแบบดั่งเดิม!! กรณีของคนไข้รายนี้ ทำให้ทราบว่า คนไข้สมัยนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่จะยินยอมให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจรักษาฝ่ายเดียว!! คนไข้ในยุคปัจจุบันมีความรู้มากมายเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและกระบวนการรักษา ซึ่ง....สามารถเสาะหาได้ง่ายผ่านทางเครือข่าย‘อินเตอร์เนต’ ใช่แล้ว!...คนไข้ย่อมมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะตัดสินใจรักษา กับใคร? ที่ไหน? และอย่างไร?
เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้สร้างเว็บไซต์ ที่ชื่อ www.drseri.com ขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ข้าพเจ้าทำขึ้นมาสนุกๆ โดยการชักชวนของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งสามีเป็นโปรแกรมเมอร์ ส่วนหนึ่ง ก็เพื่อบรรจุบทความ เรื่องสั้นรวมทั้งกาพย์กลอนที่เขียนขึ้นอย่างมากมายในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เผื่อว่า จะมีคนชื่นชอบเรื่องราวที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้น และบางคนเข้าใจความหมายที่แทรกอยู่ระหว่างบรรทัด.. เพียงแค่นี้.. ข้าพเจ้าก็สุขใจ.......
วันหนึ่ง มี email ฉบับหนึ่งส่งมาถึงข้าพเจ้าโดยขึ้นต้นหัวข้อ ‘สงสัยท้องนอกมดลูก’ และเขียนข้อความสั้นๆว่า “ขอความช่วยเหลือ! ไม่ทราบว่า อยู่ที่ไหน? ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?คะ” ข้าพเจ้ารู้สึกงุนงงกับข้อความสั้นๆนี้ แต่คิดว่า ‘คนไข้น่าจะเดือดร้อนใจมาก เธอคงได้รับการวินิจฉัยโรคว่า เป็นท้องนอกมดลูก ภายหลัง ได้อ่านพบบทความของข้าพเจ้าในอินเตอร์เนต เรื่องการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษาภาวะท้องนอกมดลูก’ จึงส่งข้อความขอความช่วยเหลือมา ข้าพเจ้าเป็นคนที่นานๆจะ เปิดemail สักครั้งหนึ่ง เมื่อพบข้อความเช่นนี้ ก็รู้สึกตกใจ รีบส่ง email กลับไปพร้อมกับบอกเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว เพื่อขอให้คนไข้พูดคุยรายละเอียดของโรคโดยตรง
2 วันถัดมา คุณวรัญญา ก็โทรศัพท์ติดต่อมาว่า “ ดิฉันเป็นคนที่ติดต่อคุณหมอเอง คือว่า... ” จากนั้นเธอก็เล่าประวัติการเจ็บป่วยว่า ‘ เธออายุ 28 ปี มีบุตรชาย 1 คนอายุ 3 ขวบ เธอขาดระดูไป 9 สัปดาห์ ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยเรื่องปวดท้องน้อยด้านขวาอยู่หลายวัน คุณหมอได้ทำอัลตราซาวนด์แล้วพบก้อนเนื้อหลังมดลูก ขนาด 6 x 9 เซนติเมตร นอกจากนั้น ยังได้ทดสอบการตั้งครรภ์ซึ่งให้ผลบวก คุณหมอจึงให้การวินิจฉัยว่าเป็นท้องนอกมดลูก เธอไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดโดยการผ่าเปิดผนังทางหน้าท้องแบบเดิมที่เคยทำกัน สิ่งที่ต้องการรีบด่วนตอนนี้ คือ อยากปรึกษาหารือเรื่องการผ่าตัดผ่านกล้องกรณีท้องนอกมดลูก เธออยากทราบว่า จะพบข้าพเจ้าได้ที่ไหน?’ ข้าพเจ้าได้ขอให้เธอมาพบที่โรงพยาบาลตำรวจในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น
ยังจำได้ วันถัดมานั้นเป็นวันจันทร์ คุณวรัญญาได้โทรศัพท์มาหาข้าพเจ้าตอนเช้า เวลาประมาณ 9 นาฬิกาว่า “อยากจะขอเลื่อนเวลาอีกสักวันและมาพบในวันถัดไป เนื่องจากไม่มีใครขับรถไปส่ง..ซึ่งขณะนี้..เธออยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี” ข้าพเจ้ารีบตอบกลับไปว่า “ควรรีบเข้ามากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลย เพราะถ้าเป็นท้องนอกมดลูกจริง และตั้งครรภ์ 9 สัปดาห์ ภาวะท้องนอกมดลูกคงใกล้จะแตกเต็มที” คุณวรัญญาตอบว่า ‘จะรีบเดินทางเข้ามาที่โรงพยาบาลตำรวจทันที คาดว่า คงจะถึงในตอนบ่าย’
ตอนนั้น เป็นเวลาใกล้เที่ยง คุณวรัญญาได้เดินเข้ามาทักทายข้าพเจ้าในลักษณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งที่แผนกนรีเวช ของโรงพยาบาลตำรวจ เธอแจ้งว่า ‘เธอคือผู้ป่วยคนที่ติดต่อมา’ ข้าพเจ้าสังเกตว่า คุณวรัญญาเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดี ท่าทางร่าเริง พูดจาคล่องแคล่ว มองดูแล้วไม่น่าจะเป็นท้องนอกมดลูกเลย เพราะภาวะนี้คนไข้น่าจะปวดท้องอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ในสภาพนอนบนเตียงเปลเข็นคนไข้ คุณวรัญญาได้หยิบเอาข้อมูลผลการตรวจจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นให้ข้าพเจ้าดู พอเห็นภาพถ่ายอัลตราซาวนด์ ข้าพเจ้าก็แน่ใจว่า น่าจะเป็นภาวะท้องนอกมดลูก แต่แปลกใจว่า ทำไมก้อนท้องมดลูกจึงมีขนาดใหญ่มากเช่นนั้น!!!! ซึ่งสิ่งที่เป็นไปได้ คือ น่าจะเป็นท้องนอกมดลูกเรื้อรัง (Chronic ectopic pregnancy) อย่างไรก็ตาม คงต้องตรวจภายในคนไข้และดูด้วยอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดเสียก่อน จึงจะแน่ใจ ตอนนั้น คุณวรัญญาแจ้งว่า “ตอนนี้กำลังมีเลือดระดูอยู่”
เลือดที่ออกทางช่องคลอดของคนไข้ท้องนอกมดลูกนั้น ไม่ใช่เลือดระดู แต่เป็นเลือดที่ไหลออกมาอย่างกะปริดกะปรอย เนื่องจากมีการเสื่อมสลายบางส่วนของเยื่อบุมดลูกในโพรงมดลูกที่สร้างขึ้นมารองรับการตั้งครรภ์...ตัวอ่อนและรกซึ่งฝังตัวอยู่ในพื้นที่จำกัดนั้น ต่อมา ก็ต้องหยุดการเติบโต ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศลดลงและเยื่อบุในโพรงมดลูกเสื่อมสลาย อย่างไรก็ตาม เลือดที่ออกกะปริดกะปรอยนั้นหาใช่เป็นอุปสรรคในการตรวจดูด้วยอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด ผลการตรวจ ปรากฏว่า ‘มดลูกมีขนาดปกติ และไม่พบถุงการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูก (Intrauterine pregnancy) แต่พบก้อนเนื้อขนาดใหญ่ (Complex mass) ทางด้านหลังของมดลูก วัดได้เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร ไม่มีของเหลว (Free fluid) ในช่องท้องสวนต่ำที่สุด’ สรุปคือ น่าจะเป็นท้องนอกมดลูกและยังไม่แตก (Unruptured ectopic pregnancy) ตอนนั้น ข้าพเจ้าไม่สามารถผ่าตัดให้คุณวรัญญาทันทีได้ และกำหนดให้เข้ารับการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกฎของแผนกสูติ - นรีเวชว่า ‘ห้ามผ่าตัดผ่านกล้องในกรณีฉุกเฉิน’ ข้าพเจ้าได้พูดเชิงล้อเล่นกับคุณวรัญญาว่า “ไหว้พระเยอะๆนะ..ภาวนาขออย่าให้ท้องนอกมดลูกแตกในตอนกลางคืน เพราะจะทำให้ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน และจำเป็นต้องผ่าตัดเปิดผนังหน้าท้องแบบเดิม” บ่ายวันนั้น สามีของคุณวรัญญาได้ใช้เวลาในการดำเนินเรื่องเพื่อเตรียมคนไข้และเข้าพักอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง ในระหว่างนั้น หัวหน้าพยาบาลห้องผ่าตัดได้โทรศัพท์มาบอกข้าพเจ้าว่า “หมอ! หมอ! พรุ่งนี้ หมอคงต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องตามปกติ เพราะตอนเช้ามีคนไข้ผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอด(V-hysterectomy) 1 ราย ตอนบ่าย มีอีกรายที่จะเข้ารับการตัดมดลูกผ่านกล้อง ส่วนคนไข้ของหมอ ถ้าจะทำคงต้องเป็นเวลาประมาณบ่ายสาม บ่ายสี่โมงเย็น ซึ่งไม่มีพยาบาลช่วย ดังนั้น ขอให้เลื่อนการผ่าตัดไปทำในวันพุธ” ข้าพเจ้ารีบโทรศัพท์แจ้งสามีคุณวรัญญาว่า “กรณีคุณวรัญญา คงจะต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะพรุ่งนี้ ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลตำรวจไม่ว่าง” คาดไม่ถึง.. สามีคนไข้กลับดีใจมาก ที่คุณวรัญญาจะได้รับการผ่าตัดในวันนั้นเลย คุณวรัญญาและสามีเดินมาถึงที่โรงพยาบาลเอกชน(ขอสงวนนาม) เวลาบ่ายมากแล้ว เกือบ 4 โมงเย็น ซึ่งต้องใช้เวลา เตรียมตัวอีกประมาณ 2 ชั่วโมง และกำหนดเข้ารับการผ่าตัดในค่ำคืนนั้น
เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ที่ห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น ข้าพเจ้าได้เจาะท้องส่องกล้องเข้าไปเพื่อดูในอุ้งเชิงกรานของคุณวรัญญา ภาพภายในช่องท้องที่เห็นภายหลังกระดกมดลูกให้ลอยเหนือลำไส้ คือ มีก้อนเนื้อทางด้านซ้ายยื่นออกไปจากตัวมดลูก ขนาดค่อนข้างใหญ่ ข้าพเจ้าเผลออุทานออกมากับแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดว่า “แย่แล้ว!!! สงสัยเป็น Cornual pregnancy (ท้องนอกมดลูกบริเวณมุมบนของมดลูก)” ซึ่งคงทำยากมากหากผ่าตัดผ่านกล้อง เพราะจะมีเลือดออกอย่างรุนแรงและเป็นปัญหาเวลาเย็บมดลูกผ่านกล้อง ซึ่งมีกรณีมากมายที่จบลงด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
‘คนไข้คงไม่พอใจแน่ หากต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง’ ข้าพเจ้าคิดในใจ พลันนึกถึงภาพของมดลูกและตัวก้อนเนื้อ (complex mass) ของคุณวรัญญาที่เห็นจากการตรวจอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด ข้าพเจ้าจึงพูดบอกผู้ช่วยผ่าตัดว่า “ ไม่หรอก... ไม่ใช่ Cornual pregnancy แน่นอน เพราะมดลูกมีขนาดปกติ และก้อนเนื้อ (complex mass) ที่เห็น..อยู่นอกตัวมดลูกอย่างชัดเจน” ซึ่งถ้าเป็น Cornual pregnancy ก็จะเห็นส่วนของการตั้งครรภ์อยู่ต่อเนื่องกันออกมาจากตัวมดลูก
พอพวกเราใช้อุปกรณ์เขี่ยเลาะลำไส้ให้แยกจากส่วนของก้อนเนื้อ ก็ต้องประหลาดใจ เพราะ ส่วนของท่อนำไข่มีลักษณะเป็นลำต่อเนื่องปกติโดยตลอด ไม่มีส่วนใดของท่อนำไข่ป่องขยายหรือแตก ข้าพเจ้าเผลอพูดออกมาอีกที่ว่า “อะไรกันแน่!! ไม่ใช่ tubal pregnacy (ท้องนอกมดลูกบริเวณท่อนำไข่) อีก ท่อนำไข่ก็ปกติ ตัวก้อนเนื้ออยู่ถัดลงไปทางด้านล่างของท่อนำไข่และเกาะติดแน่นกับผนังอุ้งเชิงกราน (pelvic floor) แบบนี้สงสัยเป็น oarian pregnancy หรือไม่ก็ chronic ectopic pregnancy” ข้าพเจ้าพูดเหมือนคนบ่น ปากพูดไปมือก็ทำไป พลางถามความเห็นจากแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดว่า “ เออ! อย่างนั้น เราตัดท่อนำไข่ที่ขั้วเส้นเลือดด้านข้าง (infundibulopelvic ligament) และตัวก้อนข้างล่างออกไปพร้อมๆกันดีไหม?”
แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดให้ความเห็นว่า “ผมว่า ไม่ดีหรอก เพราะอาจโดนหลอดไต (ureter) ได้ ผมคิดว่า เราค่อยๆเลาะดึงส่วนของก้อนเนื้อ (ectopic mass) ออกทีละนิด ทีละหน่อย ไปเรื่อยๆ น่าจะดีกว่า” ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับความคิดนั้น.. ตกลง พวกเราค่อยๆใช้เครื่องมือคีบดึงก้อนเนื้อท้องนอกมดลูกที่แตกและเนื้อค่อนข้างยุ่ยออกทีละน้อย สักพักหนึ่ง ข้าพเจ้าก็เลาะชิ้นเนื้อออกได้จำนวนมาก รวมทั้งตัดท่อนำไข่ออกทั้งหมดโดยเริ่มตรงบริเวณขั้วที่ติดกับตัวมดลูก การผ่าตัดดำเนินไปเรื่อยๆ พวกเราไม่ได้รีบร้อนอะไร ใช้เวลาผ่าตัดทั้งสิ้นประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ การผ่าตัดเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ผู้ป่วยปลอดภัยดี ก้อนเนื้อท้องนอกมดลูกถูกเลาะเอาออกจนหมด รวมทั้งได้ทำการเลาะเอาส่วนของท่อนำไข่และรังไข่ด้านขวาที่ติดกับผนังอุ้งเชิงกราน ให้ลอยขึ้นมาเป็นอิสระด้วย เพื่อให้คนไข้มีโอกาสตั้งครรภ์ครั้งต่อไปได้โดยง่าย
คุณวรัญญาอยู่พักที่โรงพยาบาลเพียงวันเดียว ก็กลับบ้านและทำงานได้ภายใน 1 สัปดาห์ เมื่อผลชิ้นเนื้อออกมา ปรากฏว่า เป็นOvarian pregnancy ซึ่ง..กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าพบกรณีเช่นนี้เพียง 2 รายเท่านั้น
2 วันก่อน ข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปหาคุณวรัญญา เพื่อสอบถามข่าวคราวทุกข์สุขและขอนำเรื่องราวของเธอเผยแพร่สู่สาธารณชน คุณวรัญญาตอบยินดี เพราะเห็นว่า เป็นประโยชน์กับผู้คนอื่นๆอีกมาก.. เผอิญ วันนั้นตรงกับวันเกิดของคุณวรัญญาพอดี จึงนับว่า เธอได้สร้างสิ่งดีๆ ที่เป็นกุศลเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง บุคคลที่มีจิตใจดี ไม่มักโกรธเช่นนี้ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ‘จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีหน้าตาดี สดใส ร่าเริง’ ซึ่งก็ตรงกับบุคลิกภาพของเธอ ขอให้เธอและครอบครัวมีสุขภาพพลานามัยดี และมีความสุขยิ่งๆขึ้นไป.... สุขสันต์วันเกิดคุณวรัญญา
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
พ.ต.อ.นพ.เสรี ธีรพงษ์ ผู้แต่ง